fbpixel

ถกเถียงอย่างนักปราชญ์ ไม่พลาดสักนัด

ทีมงานปิ่นโต (PhxRead) · 22 พ.ย. 2022

คำเตือน: ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้คุณเริ่มวอร์กับใครก่อน แต่ถ้าใส่เดี่ยวได้ให้ใส่ไปเลยลูกพี่! อ้างอิงจากหนังสือ ถกเถียงอย่างไรให้ชนะ How to Win an Argument, Cicero

เคยไหมคะ เพื่อนให้เลือกรูปลงไอจีให้ แต่เพื่อนก็ไปลงอีกรูปแทน? (ขัดแย้งแบบเงียบ ๆ) เคยไหมคะ เถียงกับแฟนว่าชาบูร้านไหนอร่อยกว่ากัน? เคยไหมคะ เถียงกับครอบครัวในประเด็นละเอียดอ่อนจนถึงขั้นแตกหัก?

“วาทศิลป์” เป็นศาสตร์หนึ่งที่เก่าแก่และถือกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนานพอ ๆ กับศิลปวิทยาการอื่น ๆ ที่พวกเรารู้จัก การเรียนรู้ศาสตร์โบราณนี้อาจสามารถนำพวกเราไปสู่สรวงสววรค์ หรืออเวจีปอยเปต(?)ก็ย่อมได้ หากต้องการชี้ผิดให้เป็นถูก หรือชี้ถูกให้เป็นผิดก็ย่อมได้

ซิเซโร นักปราศรัย นักปรัชญาและนักกฏหมาย ชาวโรมันผู้เป็นตำนานได้เขียนตำราชิ้นสำคัญขึ้นหลายชิ้น และหนึ่งในนั้นคือ นักปราศรัยในอุดมคติ (De oratore) ที่ซึ่งเป็นมรดกชิ้นงามในมือของผู้อ่าน ณ ขณะนี้ ความรู้อายุราว 2,000 ปีนี้ยังคงเป็นสากลและปัจจุบันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ หากพวกเรารู้จักนำความรู้แห่งศาสตร์เก่าแก่นี้ไปประยุกต์ใช้ในการถกเถียงเรื่องเล็กส่วนตัวและได้รับชัยชนะ ก็เถียงเพื่อเปลี่ยนโลกทั้งใบให้ดีไปเลยสิคะ!

จากนี้เป็นต้นไป คุณจะได้รับชัยชนะทุกการถกและการเถียง ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพียงแค่อ่านบทความนี้ เอ้า เริ่มเลย

รู้จัก Logos-Ethos-Pathos สามเสาหลักของศิลปะแห่งการถกเถียง

อริสโตเติล นักปรัชญากรีกโบราณผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล เป็นผู้ที่แบ่งองค์ประกอบศิลปวิทยาการการโน้มน้าวใจไว้ 3 อย่างได้แก่ Logos การโต้แย้งด้วยเหตุผล Ethos การนำเสนอสถานภาพและตัวตน และ Pathos การโน้มน้าวด้วยการสร้างอารมณ์ร่วม

Logos: การโต้แย้งด้วยเหตุผล จำเป็นอย่างยิ่งหากผู้พูดต้องการโน้มน้าวใจคู่สนทนา หากผู้พูดมีแต่การเถียง ไม่มีการถกด้วยเหตุและผล อาจนำไปสู่การโต้แย้งด้วยอารมณ์ และอาจเป็นผู้พูดที่พ่ายแพ้ก็เป็นได้

Ethos: การนำเสนอสถานภาพและตัวตน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การนำเสนอความน่าเชื่อถือของผู้พูด ความดีงาม ความมีเหตุผล อาจอ้างอิงประสบการณ์ส่วนตัวในประเด็นที่ถกเถียงและผลลัพธ์ที่สำเร็จของผู้พูด สร้างน้ำหนักให้กับความเชื่อ ค่านิยมของผู้พูด ทำให้คู่สนทนาตระหนักถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่ผู้พูดกล่าวถึง

Pathos: การโน้มน้าวด้วยการสร้างอารมณ์ร่วม จริง ๆ แล้ว การถกเถียงด้วยเหตุผลและความน่าเชื่อถือของผู้พูดเพียงสองอย่างก็ไม่เพียงพอ การโน้มน้าวอารมณ์นั้นเป็นวิธีการที่ใช้อารมณ์และความเข้าอกเข้าใจการทำให้คู่สนทนาเชื่อ และรู้สึกกับผู้พูดไปด้วย จังหวะหยุด น้ำเสียงที่ใช้ ก็ช่วยโน้มน้าวใจได้อย่างดีเยี่ยม

พวกเราต่างเคยเห็นตัวอย่างจากการชุมนุมทางการเมืองที่มีนักปราศรัยกล่าวเล่าถึงประสบการณ์ความเจ็บปวด ความเศร้า และความโกรธแค้นรัฐบนเวทีแล้ว และพวกเราก็รู้สึกฮึกเหิม รู้สึกเศร้าสร้อย รู้สึกได้ถึงพลังขับภายใน รู้สึกถึงความโกรธแค้นร่วมใช่ไหมคะ? นี่คือตัวอย่างของพลังของ Pathos Ethos และ Logos ที่นำพาสังคมไม่ว่ายุคใดสมัยไหนไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่ว่าทางที่ดีขึ้นหรือเลวลง พวกเราจะเลือกใช้พลังของมันทำสิ่งใดก็ได้เช่นกัน

สำหรับซีเซโรนั้น การถกเถียงมิได้เป็นการถกเถียงเพื่อหาความจริงเพียงหนึ่งเดียวอันสัมบูรณ์เด็ดขาด(Absolute Truth) แต่เป็นการถกเถียงเพื่อหาทางออกและความเป็นไปได้ร่วมกัน โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของวาทศิลป์ดังต่อไปนี้

การประดิษฐ์ (Inventio) เกี่ยวข้องกับการค้นหาและการคิดหัวข้อการพูด กระบวนการหลัก ๆ ประกอบด้วยการระบุปัญหาให้แคบลงเพื่อเข้าสู่จุดประสงค์หลัก และการเชื่อมโยงหลักฐานข้อพิสูจน์หรืออ้างอิงของประเด็นหลัก

การปรับปรุง (Dispositio) เรียบเรียงเนื้อหาและประเด็นสำคัญอย่างมีชั้นเชิงเพื่อให้เกิดผลกระทบมากที่สุด จัดการโครงสร้างการนำเสนอของคุณให้มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด

รูปแบบ (Elocutio) เลือกวิธีการนำเสนอประเด็นของคุณด้วยวาทศิลป์ที่คุณถนัด หรือนำเสนอประเด็นด้วยวิธีที่เหมาะสมกับประเด็นของคุณ เลือกใช้คำให้เหมาะสมกับคู่สนทนา ดังนั้นคุณต้องรู้จักคู่สนทนาของคุณให้ดีที่สุด สังเกตให้เป็น

ความจำ (Memoria) เรียนรู้และจดจำสิ่งที่คุณต้องพูดให้ขึ้นใจ โดยไม่ต้องอ่านโพย(แบบผู้นำประเทศแถวนี้) ฝึกฝนจนมั่นใจว่าคุณมีโควทที่อยากพูด ข้อเท็จจริงที่ต้องใช้ และข้อมูลทางสถิติ (ถ้าหากจำเป็น) ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ใด ๆ แล้วคุณควรมีความเข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังจะนำเสนอ หากเข้าใจในประเด็นนั้น ๆ อย่างดี คุณอาจไม่จำเป็นต้องท่องจำสิ่งใดเลยก็ได้

การนำเสนอ (Actio) Practice makes perfect! การนำเสนอที่ผ่านการฝึกฝนนั้นย่อมออกมาสวยสดงดงามอย่างไม่ต้องสงสัย ในการนำเสนอนั้นคุณควรจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็น กระชับ และสั้น พยายามไม่ใช้คำศัพท์เฉพาะทางมากจนเกินไป เพื่อให้เป็นการง่ายต่อผู้ฟังในวงกว้างและช่วยให้ผู้ฟังเข้าถึงข้อมูลได้ทุกระดับอีกด้วย

เมื่อได้รู้จักส่วนต่าง ๆ ของวาทศิลป์แล้ว มาเรียนรู้เคล็ดลับการใช้วาทศิลป์ของซิเซโรกันต่อค่ะ

เคล็ดลับ การพูดอย่างมีประสิทธิภาพของซิเซโร

1. ธรรมชาติ ศิลปะ และฝึกฝน ฝึกฝน ฝึกฝน ทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมธรรมชาติบางอย่างที่ติดตัวมา อาจจะเป็นน้ำเสียงที่เข้ม นุ่มนวล อ่อนหวาน หรือดุดัน จงดึงธรรมชาติที่ติดตัวมาใช้ให้เหมาะสม น้ำเสียงของพวกเราไม่ว่าจะติดตัวมาแบบใด ก็สามารถปรับให้ตรงกับสถานการณ์ได้ด้วยศิลปะ ที่มาจากการฝึกฝนเป็นประจำ

2. โวหารที่ดีเป็นอาวุธที่ทรงพลัง ศักยภาพของมนุษย์สำหรับการคิดและความสามารถในการแสดงความคิดผ่านการพูดโน้มน้าวใจนั้น ตามความเห็นของซิเซโรเป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งหมด คำปราศรัยที่มีข้อมูลที่ดีและได้รับการไตร่ตรองจนมีโวหารที่ดีแล้วย่อมเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่ช่วยสรรค์สร้างสังคมให้ดีขึ้นได้ นักพูดที่ดีต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าพลังแห่งคำพูดของตนนั้นมีอำนาจเหนือสิ่งอื่น ๆ และต้องใช้เพื่อปรับปรุงสังคมตนให้ดีขึ้นได้ทุกระดับสังคม

3. กำหนด ปรับปรุง และจดจำ เมื่อกำหนดเนื้อหาที่จะพูด ได้ข้อมูลที่จะพูด และพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเหมาะสมด้วยอ้างอิงหรือประสบการณ์แล้ว ต่อไปก็เป็นการปรับปรุงข้อมูลเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพให้เหมาะกับระดับของคู่สนทนา จากนั้นก็จดจำ แน่นอนว่าการจดจำเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับนักพูด นักเถียง แต่การจดจำไม่อาจสำคัญไปมากกว่าความเข้าใจในสิ่งที่จะพูด ดังนั้นจงเข้าใจในสิ่งที่จะพูดเสมอ เพื่อให้การพูดสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

4. อย่าพึ่งตรรกะเพียงลำพัง การโน้มน้าวใจเป็นส่วนประกอบที่มีมากกว่าการใช้ตรรกะพื้น ๆ เท่านั้น นักเถียงมือวางอันดับหนึ่งจะมีทักษะการโน้มน้าวใจสามอย่างคือ การโต้แย้งด้วยเหตุผล การพิสูจน์บุคลิกลักษณะ และการดึงดูดอารมณ์ อริสโตเติลได้กำหนดที่มาของการพิสูจน์และโน้มน้าวใจ และซิเซโรก็แนะนำให้ใช้ทั้งหมดนั้นเพื่อสอน เพื่อสร้างแรงบัลดาลใจ และเพื่อชี้นำผู้ฟัง การดึงดูดอารมณ์ให้ผู้ฟังมีอารมณ์ร่วมจึงเป็นอีกข้อที่สำคัญมาก ต้องเจาะใจผู้ฟังให้ได้ ให้เขาเชื่อด้วยอารมณ์ที่อุดมไปด้วยเหตุผล

5. รู้จักผู้ฟังของคุณ นักพูดควรจดจำรูปแบบและสถานการณ์รวมถึงผู้ฟังกลุ่มจำเพาะต้องการรูปแบบที่จำเพาะและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบพื้นฐาน กลาง และพิสดาร ซึ่งทำให้มีความแตกต่างกันระหว่างการโต้แย้งกับเพื่อน เถียงกับแฟน หรือโต้แย้งกับครอบครัว นักฉอดตัวยงจะไม่สามารถใช้ระดับภาษา ระดับของข้อมูล น้ำเสียงและอารมณ์รูปแบบเดียวได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน มิฉะนั้นการโต้แย้งใด ๆ ก็ไม่อาจเกิดผล

6. ทำให้กระจ่างชัด ทำให้ถูกต้อง นักพูดต้องแน่ใจว่าระดับภาษาที่เลือกใช้นั้นเหมาะสม การเรียบเรียงคำพูด ไวยากรณ์ และคำศัพท์ที่ใช้มีผลอย่างมาก ควรเลือกใช้ให้ถูก พูดให้เป๊ะ ตามระดับของคู่สนทนา ซึ่งความแตกต่างในการเลือกใช้รูปแบบความคิดและคำพูดจะเหมาะสมกับเวลา สถานการณ์ และผู้ฟังอีกด้วย

7. นำเสนอเรื่องราว บางครั้งไม่ใช่สิ่งที่คุณพูดแต่เป็นวิธีการที่คุณพูดต่างหาก พวกเราอาจเคยพบเจอคุณครูที่เก่งและรอบรู้ในศาสตร์นั้น ๆ แต่กลับไม่อาจทำให้พวกเราเข้าใจและรู้สึกสนใจในศาสตร์นั้น ๆ ได้เลย ในทางกลับกัน พวกเราล้วนเคยได้ยินนักการเมืองหรือนักขายพูดจาหว่านล้อมผู้คนให้คล้อยตามด้วยการนำเนอที่น่าพิศวง การนำเสนอข้อโต้แย้งหรือสุนทรพจน์ที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นการใช้ทั้งน้ำเสียงและท่าทางอย่างชำนิชำนาญซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเอาชนะข้อโต้แย้งอย่างสวยงามได้

8. การเลียนแบบนักฉอดที่เก่ง ซิเซโรเชื่อมั่นอย่างสนิทใจในการหาต้นแบบที่ดีเพื่อการเลียนแบบ นักพูดที่ดี นักฉอดที่ปังจะเลือกกระทำการเลียนแบบในส่วนที่แข็งแกร่งของต้นแบบ และเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงส่วนที่อ่อนด้อย ต้นแบบหลาย ๆ คนมีค่าควรแก่การพิจารณารวบรวมส่วนที่ดีที่สุดของแต่ละคนไว้ด้วยกัน

9. ปากกายิ่งใหญ่กว่าดาบเสมอ ลิ้นอาจเป็นอาวุธสำคัญที่สุดของเหล่านักฉอดผู้มากพรสวรรค์ แต่ตามความคิดของซิเซโรแล้วนั้น ปากกาคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ถ้าคุณต้องการพัฒนาความสามารถทางการพูด การเขียนที่หลากหลายและมากพอคือสิ่งที่ซิเซโรเห็นว่าเป็นกุญแจสำคัญของการบรรลุเป้าหมายนั้น

10. คำพูดที่ปราศจากสาระคือความว่างเปล่า จงเป็นนักฉอดที่มีข้อมูลแน่น อย่าใช้เพียงแต่อารมณ์และอคติเท่านั้น! สาระที่สำคัญในการถกเถียงคือการนำไปสู่สิ่งใหม่ที่ผู้พูดและผู้ฟังเห็นพ้องต้องกัน นำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ไม่ควรเป็นเพียงการพูดจาเรื่อยเปื่อยเพ้อเจ้อที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อใครทั้งสิ้น!

สรุป

ถ้าหากเพื่อนขอให้คุณเลือกรูปลงไอจีให้ จงเลือกและให้เหตุผลทางด้านแสง สี มุม องศา composition และความสวยของเพื่อนเป็นเหตุประกอบ และเปรียบเทียบกับรูปอื่น ๆ ที่คุณไม่ได้เลือกดูสิ พร้อมตบท้ายด้วย “สวยจริงงงง แก เชื่อฉัน! จึ้งขนาดนี้ไม่ลงได้ไงไหววะ เพื่อนสวยจนคนเป็นลมแล้วฟื้นมาเป็นลมอีกรอบขนาดนี้ คือที่หนึ่ง!”

ถ้าต้องเถียงเพื่อเลือกร้านชาบูกับแฟน ก็ลองใช้ประสบการณ์ส่วนตัวกับร้านที่คุณอยากไป พร้อมเหตุผลด้านความคุ้มค่าด้านคุณภาพของเนื้อวากิว เปรียบเทียบกับราคาที่ต้องจ่าย ไม่เพียงแค่ราคาของเงินตราเท่านั้น แต่เป็นราคาที่ต้องจ่ายด้วยความรู้สึก บวกกับน้ำเสียงออดอ้อนหนึ่งกรุบ มีเหรอที่แฟนจะขัดใจคุณ? (อาจเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่าคราวหน้าจะไปลองร้านโปรดคุณแฟนด้วยก็ได้ คนละครึ่งทาง แต่รอบนี้คุณขอชนะไว้ก่อน)

ถ้าต้องเถียงประเด็นละเอียดอ่อนกับครอบครัว จนอาจนำไปสู่การแตกหักได้ ลองพูดอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ค่อย ๆ อธิบายด้วยการทำให้เห็นภาพ ยกสถานการณ์หนึ่งขึ้นมา ถ้าหากคนในครอบครัวอยู่ในสถานการณ์นั้น จะทำอย่างไร จะเห็นว่าอย่างไร และเหตุผลที่คุณเสนอตั้งแต่แรกนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ถ้าให้คนในครอบครัวมองด้วยเลนส์นั้น ทั้งนี้การถกเถียงประเด็นละเอียดอ่อน ล้วนต้องใช้เวลา ไม่ว่ากับใครก็ตาม ต้องให้เวลาและพื้นที่ของการเติบโตและเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยความเข้าใจและเมตตา ผลจะเป็นอย่างไร เวลาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการถกเถียงนั้น

การถกเถียงเพื่อเอาชนะเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การถกเถียงเพื่อหา common ground คือสิ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าสำคัญ พวกเราไม่จำเป็นต้องถกเถียงเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งรู้สึกพ่ายแพ้ ไร้ค่า หรือเสียหน้า ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ว่าจะยุคของซิเซโรก็ดี ยุคปัจจุบันก็ดี ก็ไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงสัมบูรณ์ ทุกสิ่งล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอไม่จีรัง พวกเราถกเถียงเพื่อไปสู่ทางออกที่เป็นไปได้ร่วมกัน เพื่อสังคมที่ดีขึ้นทุกระดับ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ โดยอาศัยศาสตร์โบราณนี้ ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับศาสตร์แห่งวาทศิลป์อายุกว่า 2,000 ปีนี้หรือไม่ ศาสตร์แห่งซิเซโรก็ยังคงมีประโยชน์ จริงแท้ เป็นอมตะและเป็นสากลเสมอมาตลอดไป

หากนักอ่านท่านใดสนใจปรัชญาการใช้ชีวิตของเหล่านักปราชญ์ชาวโรมันผู้เกรียงไกรอื่น ๆ สามารถติดตามเล่มอื่น ๆ ได้ดังนี้ค่ะ