fbpixel
pintobook logo

Pinto E-book ปิ่นโต อีบุ๊ก

อ่านอีบุ๊กทุกแนวกว่าหมื่นเล่ม

แด่ชาวออฟฟิศที่กำลังสู้ชีวิต

ทีมงานปิ่นโต (มิสตุลย์) · 29 พ.ย. 2022

เมื่อเข้าสู่ “วัยทำงาน” คือการเติบโตขึ้นอีกจุดหนึ่ง แต่ทำไมพอทำงานไปสักพักก็มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับนักเขียน ว็อนจีซู ที่เล่าถึงประสบการณ์ชาวออฟฟิศที่ต้องพบเจอในชีวิตการทำงานตั้งแต่เริ่มก้าวขาเข้าออฟฟิศ

บางครั้งก็รู้สึกอยากจะกลับบ้านทันที บางครั้งถึงขั้นอึดอัดอยากระบาย อยากตะโกน มีความหัวร้อน หรือยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกเจ็บปวด ท้อแท้ และสารพัดอารมณ์กับความคิดที่เป็นอยู่

“อุตสาห์ได้งานตามที่ฝันไว้แล้ว แต่ทำไมก็ยังเหนื่อยล่ะ” “ตอนเริ่มงานทุกอย่างก็ดีแต่ทำไมตอนนี้ไม่โอเคเลยสักอย่าง” “การไปทำงานโดยไม่ต้องคอยปลอบใจตัวเอง มันก็ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้อย่างงั้นเหรอ”

ทุกคำถามในวันที่หมดไฟกับการทำงาน อยากหลุดพ้นจากความรู้สึกที่แย่ ๆ ในแต่ละวัน จะไปต่อหรือจะหยุดแค่นี้ ในเล่มนี้มีคำตอบที่อาจจะทำให้เปลี่ยนความคิด

ยังไม่ทันเข้างานก็อยากกลับบ้านแล้ว เป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตคนทำงานที่ผูกโยงอยู่ในหัวข้อใหญ่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความกังวลในการทำงาน ความกังวลในเรื่องเพื่อนร่วมงาน การเปลี่ยนงาน และการตั้งคำถามถึงว่าอะไรคือ “ความมั่นคงจากการทำงาน”

โดยหนังสือแบ่งเป็น 4 บท

1. งานก็ได้แล้ว ทำไมถึงเหนื่อยกันนะ ผู้เขียนเล่าถึงชีวิตการทำงานครั้งแรกในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ในตำแหน่งพนักงานขายที่ค่อนข้างเครียด ทำอยู่ได้เพียง 3 ปีก็ลาออก หลังจากนั้นก็ไปทำ Copywriter ในบริษัทโฆษณา รู้สึกชอบมาก เพราะเป็นงานที่ตัวเองถนัด พอทำไปสักพักก็เริ่มเบื่อเพราะต้องไปทำงานทุกวัน ยิ่งได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานทำให้รู้สึกเบื่อไม่ต่างกัน คิดลาออก แต่ต้องหยุดก่อน เพราะยังมีพนักงานหลายคนที่ทำงานด้วยความสุข และ เล่าถึงสิ่งที่เคยพบเจอมาก่อนที่จะมาเป็นพนักงานที่นี่ เมื่อผู้เขียนได้ฟังเลยรู้สึกทึ่งย้อนกลับมาที่ตัวเอง ที่ไม่เคยมองเป้าหมายในอนาคตตัวเองว่าคืออะไร

2. อยากเลิกหรืออยากเริ่มใหม่ คนเราทุกคนมักจะมีครั้งแรกเสมอ ทุกครั้งที่ทำอะไรครั้งแรก เรามักจะวางเป้าหมายว่ามันต้องดี แม้กระทั่งขอให้ได้เข้าไปทำงานก่อน ต่อไปจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากัน การที่ได้รู้ว่างานแรกไม่เหมาะกับตัวเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะพังลง หากอยากย้ายงาน ต้องมั่นใจ ว่าที่ย้ายเพราะอยากทำงานจริงๆ ไม่ใช่เหตุผลในการหนีสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ ถ้ารู้สึกแบบนี้ ต้องไตร่ตรองให้มากๆ

3. ทำไปแล้วใครจะเห็นค่า จากเมื่อก่อนเราเคยใช้เงินพ่อเเม่ จนเมื่อเราทำงานกลายเป็นรับเงินจากคนอื่น คุณค่าของพนักงาน จึงวัดจากความคุ้มจากค่าจ้างจากบริษัทจ่ายให้ ในมุมของนายจ้างก็ย่อมอยากให้พนักงานตั้งใจทำงานให้มีประสิทธิภาพ แต่ในมุมของพนักงานนั้นก็อยากให้มองถึงความสามารถและความพยายามของตนเอง ถึงเลื่อนขั้น และขึ้นเงินเดือน ส่วนมากทำงานใหม่ๆมักจะคิดว่ามันคือการได้ไล่ตามความฝัน แต่พอนานๆไปกลับกลายเป็นว่า เป็นการพยายามอย่างหนัก เพื่อให้เจ้านาย และทุกคนได้เห็นความสามารถ ซึ่งเกณฑ์ของบริษัทและเกณฑ์ของเราที่ใช้ประเมินงานย่อมแตกต่างกัน ความสำเร็จของเรามักจะรับรู้ได้ด้วยตนเอง เราต้องมองให้เห็นคุณค่าเเม้มันจะเล็กๆน้อย หัดชมและให้กำลังใจตัวเองบ้าง แล้วมันจะกลายเป็นแรงให้เราฮึดสู้ เราควรเห็นคุณค่าตัวเองในทุกๆที่ ไม่ต้องรอให้ใครยอมรับแต่คิดไว้เสมอว่า เรามีความสุขได้จากข้างในตัวเราเอง

4. เมื่อไรเราถึงจะมั่นคงนะ สังคมเกาหลีพ่อแม่มักจะปลูกฝังลูกๆว่า "งานที่มั่นคง = ชีวิตที่มีความสุข" แต่ตอนนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว นิยามความมั่นคงในการทำงานได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ผู้เขียนบอกว่า งานที่ทำก็เหมือนเสื้อผ้า เมื่อเวลาผ่านไป เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า "ใส่ชุดนั้นแล้วไปใช้ชีวิตแบบไหน" มากกว่าคำถามที่ว่า "ใส่ชุดไหนดี" ชุดไหนที่ไม่เข้ากับเรา ก็ลองเปลี่ยนสไตล์ตัดชุดใหม่ดูบ้าง คนเรามีความเปลี่ยนแปลงทุกช่วงชีวิต เราก็แค่เดินหน้าแล้วใช้ชีวิตต่อไป

ฉะนั้นหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เหมาะแค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้น แต่เหมาะกับทุกอาชีพ อาจจะไม่ใช่หนังสือ How to ที่จะบอกขั้นตอนว่าต้องทำอะไรยังไง แต่เล่มนี้จะช่วยให้เราคิดและทบทวนความรู้สึก และอาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด และ ‘เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง’ มากยิ่งขึ้น

ทีมงานปิ่นโต (มิสตุลย์)

ผู้ชื่นชอบชีวิตจริงที่ไม่ใช่นิยายหยิบเรื่องจริงมาปรุงใหม่ i like nonfiction